02_กลยุทธ์สำหรับการศึกษาทางไกล

แหล่งอ้างอิง
University of Idaho, College of Engineering
http://www.uidaho.edu/eo

  • การสอนทางไกลมีข้อแตกต่างอย่างไร?
  • ทำไมจึงสอนทางไกล?
  • การปรับปรุงการวางแผนและการจัดเตรียมการสอน
  • การสนองความต้องการของนักศึกษา
  • การใช้ทักษะการสอนอย่างมีประสิทธิภาพ
  • การปรับปรุงการตอบโต้และผลตอบกลับ
  • เอกสารอ้างอิง

การสอนทางไกลมีข้อแตกต่างอย่างไร?
ครูสอนในชั้นเรียนแบบเดิมจะต้องพึ่งปฏิกริยาของนักศึกษาที่มองเห็นได้ และกริยาบางอย่างของนักศึกษาที่ไม่แสดงออกโดยตรงแต่สังเกตเห็นได้ เป็นสิ่งช่วยทำให้การสอนบทเรียนต่างๆ ทำได้ดีขึ้น ตัวอย่างเช่น การมองชั่วแวบจะทำให้ทราบว่า นักศึกษาคนไหนกำลังจดบันทึกลงด้วยความสนใจ ใครกำลังครุ่นคิดถึงแนวความคิดที่ยากยิ่ง หรือใครกำลังเตรียมจะให้ความคิดเห็น ส่วนนักศึกษาที่ไม่พึงพอใจ สับสน หรือเหนื่อยล้า หรือเบื่อหน่าย ก็จะสามารถทราบได้เช่นกัน ในระหว่างการสอน ครูที่ตั้งใจสอนจะรู้ หรือสามารถรับรู้ได้และจะวิเคราะห์สิ่งที่สังเกตเห็นเหล่านี้ และปรับวิธีการสอนให้เข้ากับความต้องการของชั้นเรียน
ในทางตรงกันข้าม ครูสอนทางไกลแทบจะไม่มีภาพที่บ่งบอกกริยาดังกล่าวให้รู้ หรือหากจะมีก็น้อยมาก ภาพที่ปรากฏจะผ่านเครื่องมือเทคนิค เช่น วีดีโอมอนิเตอร์ เป็นการยากที่จะทำให้มีการหารือกันระหว่างครูและนักศึกษาในเมื่อการตอบสนองจะถูกเปลี่ยนแปลงไปโดยข้อกำหนดทางด้านเทคนิค และระยะทาง หากไม่มีการใช้สื่อภาพที่ถ่ายทอดในขณะนั้น เช่น โทรทัศน์ ครูก็จะไม่ได้รับข้อมูลที่เป็นภาพจากที่ตั้งที่อยู่ห่างไกลออกไป ครูอาจจะไม่มีโอกาสได้ทราบสิ่งต่างๆ เช่น นักศึกษากำลังหลับอยู่หรือเปล่า กำลังคุยกันหรือเปล่า หรือแม้แต่นักศึกษาอยู่ในห้องเรียนหรือเปล่า การที่ต้องอยู่ห่างไกลจากกันทำให้มีผลต่อความรู้สึกร่วมระหว่างครูกับชั้นเรียน การที่ต้องอยู่ในคนละชุมชน หรือเขตภูมิภาคที่ต่างกัน หรือแม้แต่คนละประเทศ ทำให้ครูและนักศึกษาสูญเสียความรู้สึกว่าอยู่ร่วมชุมชนเดียวกัน

ทำไมจึงสอนทางไกล?
มีครูจำนวนมากที่รู้สึกว่า การสอนทางไกลมีผลดีมากกว่าอุปสรรคที่จะต้องเผชิญ ที่จริงแล้ว ครูมักจะให้ความเห็นว่า การต้องเตรียมการสอนทางไกลอย่างจริงจังทำให้ความสามารถโดยทั่วไปในการสอนดีขึ้น และรู้สึกมีความเข้าใจนักศึกษามากขึ้น
ความท้าทายที่เกิดจากการศึกษาทางไกล กลับทำให้เกิดโอกาสดีๆ เหล่านี้
– ทำให้สามารถเข้าถึงผู้ชมที่เป็นนักศึกษาได้กว้างขวางขึ้น
– สามารถสนองความต้องการของนักศึกษาที่ไม่สามารถมาเข้าชั้นเรียนที่โรงเรียนได้
– อาจนำผู้บรรยายจากภายนอกมาร่วมด้วย ซึ่งตามปกติแล้วไม่อาจเชิญมาได้
– เชื่อมโยงนักศึกษาที่มีพื้นเพทางด้านสังคม วัฒนธรรม เศรษฐกิจ และประสบการณ์ที่แตกต่างกันเข้าด้วยกัน

การปรับปรุงการวางแผนและการจัดเตรียมการสอน
ในการพัฒนาหรือปรับการสอนทางไกล เนื้อหาสาระสำคัญจะไม่เปลี่ยนแปลง แม้ว่าการนำเสนอจะต้องใช้กลยุทธ์แบบใหม่และต้องใช้เวลามากขึ้น
ข้อแนะนำสำหรับการวางแผนและการจัดเตรียมการสอนหลักสูตรการสอนทางไกลจะรวมถึงสิ่งต่อไปนี้
1. เริ่มกระบวนการการวางแผนหลักสูตรโดยการศึกษาจากผลการวิจัยเกี่ยวกับการศึกษาทางไกล มีผลสรุปเกี่ยวกับงานวิจัยให้ศึกษาอยู่หลายเรื่อง (ดู Moore & Thompson, 1990)
2. ก่อนที่พัฒนาอะไรขึ้นมาใหม่ ให้ตรวจสอบและทบทวนวัสดุการสอนที่มีอยู่แล้วก่อน เพื่อจะได้ทราบถึงแนวความคิดเกี่ยวกับเนื้อหาสาระและการนำเสนอ
3. ในการพิจารณาว่าปัญหาในการสอนคืออะไร ให้หลีกเลี่ยงการแก้ไขปัญหาทางด้านเทคนิค ให้วิเคราะห์และเข้าใจถึงข้อดีและข้อเสียของวิธีการสอนที่เป็นไปได้ที่มีให้เลือก (เช่น ทางด้านโสต วีดีโอ ข้อมูล และสิ่งตีพิมพ์) โดยไม่เพียงแต่ว่าจะเผยแพร่การสอนด้วยวิธีใด (เช่น โดยการแพร่ภาพทางดาวเทียม ผ่านคลื่นไมโครเวฟ หรือ fiber optic cable ฯลฯ) แต่จะต้องพิจารณาในแง่ความต้องการของผู้เรียน และข้อกำหนดของหลักสูตร ก่อนที่จะทำการเลือกใช้เทคโนโลยีการสอนแบบผสม
4. การฝึกฝนเทคนิคการสอนที่ถ่ายทอดกันมาก็สำคัญยิ่งสำหรับทั้งครูและนักศึกษา อาจจัดให้มีการซ้อมล่วงหน้าก่อนชั่วโมงสอนจริงเพื่อให้ได้ลองฝึกการใช้เทคนิคการสอนอย่างไม่เป็นทางการ และเรียนรู้ถึงบทบาทและความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่สนับสนุนด้านเทคนิค
5. เมื่อเริ่มชั้นเรียนให้เริ่มหารือกันอย่างเปิดเผยเพื่อกำหนดระเบียบ แนวทาง และมาตรฐาน เมื่อได้กำหนดขั้นตอนต่างๆ แล้ว ให้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
6. ให้แน่ใจว่าในแต่ละสถานี (site) มีอุปกรณ์ที่ใช้งานได้และสามารถเข้าถึงได้ จัดให้มีสายตรงทีไม่ต้องเสียเงินสำหรับการรายงานและแก้ไขปัญหาต่างๆ
7. หากมีการส่งวัสดุเกี่ยวกับหลักสูตรทางไปรษณีย์ ให้แน่ใจว่าปลายทางจะได้รับก่อนที่การสอนจะเริ่มขึ้น เพื่อช่วยนักศึกษาให้เก็บวัสดุการสอนไว้ให้เป็นระเบียบ ให้รวบรวมหลักสูตรการเรียนการสอน เอกสารที่แจกจ่าย และเอกสารประกอบการอ่านอื่นๆ ไว้ด้วยกันก่อนจะส่งออกไป
8. ให้เริ่มการสอนแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยให้จำนวนสถานีปลายทางและจำนวนนักศึกษาอยู่ในระดับที่สามารถบริหารได้ อุปสรรคทางด้าน logistics จะยิ่งเพิ่มขึ้น เมื่อมีจำนวนสถานีปลายทางเพิ่มขึ้น

การสนองความต้องการของนักศึกษา
เพื่อให้การเรียนการสอนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ นักศึกษาจะต้องปรับตัวเข้าได้กับการสอนและการเรียนในระบบทางไกล ควรจะพยายามปรับระบบการสอนให้ช่วยกระตุ้นและสนองความต้องการของนักศึกษา ทั้งในด้านของเนื้อหาสาระและสไตล์การเรียนรู้ที่อยากให้เป็น
ในการสนองความต้องการของนักศึกษาให้พิจารณาถึงการใช้กลยุทธ์ต่อไปนี้
1. ช่วยให้นักศึกษาได้คุ้นเคยและเข้ากันได้กับเทคนิคการสอน และเตรียมให้นักศึกษารู้จักแก้ไขปัญหาหากมีปัญหาทางด้านเทคนิคเกิดขึ้น ให้เน้นในด้านการแก้ปํญหาร่วมกัน อย่าไปตำหนิปัญหาทางด้านเทคนิคที่นานๆ จะเกิดขึ้นสักครั้ง
2. ทำให้นักศึกษาตระหนักและปรับตัวเข้าได้กับรูปแบบของการสื่อสารที่จะนำมาใช้ในหลักสูตร (Holmberg, 1985)
3. เรียนรู้เกี่ยวกับพื้นเพและประสบการณ์ของนักศึกษา การได้สนทนาเกี่ยวกับภูมิหลังและความสนใจของผู้สอนก็สำคัญยิ่งเช่นกัน
4. ต้องตระหนักถึงสไตล์การสื่อสาร และพื้นเพทางด้านวัฒนธรรมที่ต่างกัน ตัวอย่าง เช่น นักศึกษาอาจจะมีความถนัดด้านภาษาต่างกัน และอารมณ์ขันก็มักจะน่าขันสำหรับคนในบางกลุ่มเท่านั้น ส่วนคนกลุ่มอื่นๆ อาจไม่รู้สึกขัน
5. โปรดจำไว้ว่านักศึกษาจะต้องมีบทบาทสำคัญในหลักสูตรการเรียนทางไกล โดยแต่ละคนจะต้องมีความรับผิดชอบต่อการเรียนรู้ของตน
6. พึงตระหนักถึงความจำเป็นของนักศึกษาที่จะต้องทำงานให้ทันกับกำหนดเวลาที่ทางมหาวิทยาลัยกำหนดไว้ให้ แม้ว่าความล่าช้าอาจมีสาเหตุมาจากการส่งไปรษณีย์ในชนบท

รใช้ทักษะการสอนอย่างมีประสิทธิภาพ
การสอนทางไกลที่มีประสิทธิภาพส่วนใหญ่จะเกิดจากการปรับทักษะการสอนที่มีอยู่แล้วให้สูงยิ่งขึ้น แทนที่จะเป็นการพัฒนาความสามารถใหม่ๆ โปรดให้ความสนใจเป็นพิเศษกับสิ่งต่อไปนี้
1. ประเมินขนาดของเนื้อหาสาระที่จะนำมาสอนในหลักสูตรได้อย่างมีประสิทธิภาพให้ใกล้เคียงกับความเป็นจริง เนื่องจากมีเรื่อง logistics เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย การนำเสนอสาระสำหรับการศึกษาทางไกลจึงมักจะใช้เวลามากกว่าการสอนเรื่องเดียวกันในการสอนแบบวิธีดั้งเดิม
2. พึงตระหนักว่า นักศึกษาที่มาร่วมด้วยจะมีสไตล์การเรียนรู้ต่างกัน บางคนจะสามารถเรียนได้อย่างดีในลักษณะการเรียนเป็นกลุ่ม แต่บางคนจะเรียนได้ดีกว่าหากเรียนด้วยตนเอง
3. กระจาย และจัดกิจกรรมหลักสูตรห่างเป็นช่วงๆ และหลีกเลี่ยงการบรรยายติดต่อกันเป็นเวลานาน แยกการนำเสนอสาระเป็นช่วงๆ ด้วยการหารือกัน และการให้นักศึกษาทำแบบฝึกหัด
4. ทำให้หลักสูตรมีชีวิตชีวาขึ้นโดยมุ่งจุดสนใจไปยังนักศึกษา ไม่ใช่ระบบการสอน
5. ลองใช้ส่วนประกอบที่เป็นสิ่งพิมพ์เพื่อเสริมการใช้วัสดุที่ไม่ใช่สิ่งพิมพ์ (ดู Graham & Wedman, 1989)
6. .ใช้กรณีศึกษาท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องและตัวอย่างให้มากเท่าที่จะทำได้เพื่อช่วยนักศึกษาให้เข้าใจและนำสาระในหลักสูตรมาใช้ประยุกต์
7. โดยที่การสอนทางไกลไม่ได้ใช้แทนที่การสอนแบบเผชิญหน้ากัน และการสอนแบบกลุ่มย่อย จึงควรให้ผู้สอนเข้ามามีบทบาทในการสอนเป็นการส่วนตัว แต่หากมีงบประมาณและเวลาเพียงพอก็ให้สอนอย่างน้อยหนึ่งบทเรียนจากแต่ละสถานี (site) หากยิ่งสอนได้เร็วตั้งแต่ตอนเริ่มหลักสูตรก็ยิ่งดี
8. ต้องกะทัดรัด ใช้ถ้อยคำที่สั้น และหนักแน่น และถามคำถามตรง โดยตระหนักว่าการเชื่อมต่อทางด้านเทคนิคอาจจะทำให้นักศึกษาใช้เวลามากขึ้นในการตอบ
9. พัฒนากลยุทธ์สำหรับช่วยเสริมความสามารถของนักศึกษา การทบทวน การช่วยย้ำ และการปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว การใช้การหารือตัวต่อตัวทางโทรศัพท์ และการสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์เมล์อาจเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุด
10. และท้ายสุดคือ การปล่อยตัวตามสบาย (relax) ผู้เข้าร่วมจะสามารถปรับตัวให้เข้ากับกระบวนการการศึกษาทางไกลได้อย่างรวดเร็ว และจังหวะจะโคนที่เป็นธรรมชาติของการสอนอย่างมีประสิทธิภาพก็จะกลับคืนมา

การปรับปรุงการตอบโต้และผลตอบกลับ
การใช้กลยุทธ์การตอบโต้ (interaction) และผลตอบกลับ (feedback)ที่มีประสิทธิภาพจะช่วยทำให้ผู้สอนสามารถบ่งชี้และสนองความต้องการของนักศึกษาแต่ละคนได้ ในขณะเดียวกันก็จะเป็นการเปิดเวทีให้เสนอคำแนะนำสำหรับการปรับปรุงหลักสูตร เพื่อปรับปรุงการตอบโต้และผลตอบกลับ อาจจะลองปฏิบัติดังนี้
1. ใช้คำถามที่ได้มีการศึกษามาก่อนเริ่มชั้นเรียนและที่ได้เตรียมไว้ล่วงหน้าสำหรับกระตุ้นให้เกิดความคิดในเชิงวิพากษ์วิจารณ์ และทำให้เกิดการมีส่วนร่วมโดยผู้เรียนรู้ โดยตระหนักว่าจะต้องใช้เวลาในการปรับรูปแบบการสื่อสารให้ดีขึ้น
2. ในระยะแรกของหลักสูตรกำหนดให้นักศึกษาได้ติดต่อกับครู และให้มีการตอบโต้ระหว่างนักศึกษาเองโดยใช้อีเมล์ เพื่อให้นักศึกษารู้สึกง่ายในการติดต่อ การพยายามรักษาและการติดต่อโดยใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์นี้จะเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพ
3. กำหนดเวลาสำหรับการโทรศัพท์ติดต่อช่วงเวลาทำงานโดยให้หมายเลขโทรศัพท์ที่โทรได้โดยไม่เสียเงิน
อาจกำหนดเป็นเวลาทำงานในช่วงเย็นหากนักศึกษาส่วนใหญ่ต้องเรียนในช่วงกลางวัน
4. รวบรวมวิธีการเผยแพร่การสื่อสารทางไกลแบบต่างๆ ที่ใช้สำหรับการตอบโต้และสำหรับผลตอบกลับ รวมทั้งการติดต่อบุคคลต่อบุคคลและการสื่อสารแบบ conference calls การใช้แฟกซ์ อีเมล์ วีดีโอ และ computer conferencing หากเป็นไปได้ ให้ใช้วิธีการไปเยี่ยมด้วยตนเอง
5. ติดต่อกับแต่ละสถานี (site) หรือติดต่อกับนักศึกษาทุกสัปดาห์หากเป็นไปได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงต้นของหลักสูตร ทำการบันทึกเกี่ยวกับนักศึกษาที่ไม่ได้มาร่วมในระหว่างการเปิดสอนชั่วโมงแรก และติดต่อกับแต่ละคนหลังจากเลิกชั้นเรียน
6. ใช้โปสการ์ดที่ติดแสตมป์และจ่าหน้าตำบลที่อยู่ล่วงหน้า การประชุมโดยโทรศัพท์นอกเวลาเรียน (out-of-class phone conferences) และอีเมล์ สำหรับผลตอบกลับในเรื่องเนื้อหาสาระของหลักสูตร ความเหมาะสม ช่วงจังหวะ ปัญหาในการเผยแพร่การสอน และข้อกังวลเกี่ยวกับการสอน
7. ให้นักศึกษาบันทึกความคิดความเห็นของตนเกี่ยวกับเนื้อหาสาระของหลักสูตร รวมทั้งความก้าวหน้าในการเรียนของแต่ละคนและข้อกังวลอื่นๆ กำหนดให้นักศึกษาส่งบันทึกนั้นมาให้บ่อยๆ
8. ใช้ผู้ช่วยอำนวยความสะดวกที่อยู่ในพื้นที่แต่ละแห่งเป็นผู้กระตุ้นให้เกิดการตอบโต้เมื่อนักศึกษาทางไกลลังเลที่จะถามคำถามหรือมีส่วนร่วม นอกจากนี้ ผู้ช่วยผู้อำนวยความสะดวกยังสามารถทำหน้าที่เป็นหูเป็นตาในพื้นที่นั้นให้กับผู้สอนได้ด้วย
9. ติดต่อกับนักศึกษาแต่ละคนเพื่อให้แน่ใจว่าผู้เข้าร่วมทุกคนมีโอกาสเพียงพอในการโต้ตอบ ในขณะเดียวกันก็พยายามลดบทบาทของนักศึกษาบางคนหรือบางสถานีการเรียนที่พยายามจะใช้เวลาในการสอนส่วนใหญ่ของครูเพื่อตน โดยการใช้วิธีสุภาพแต่หนักแน่น
10. ให้แสดงความเห็นโดยละเอียดต่องานที่ได้มอบหมายให้นักศึกษา ให้อ้างอิงถึงแหล่งข้อมูลที่อาจหาได้เพิ่มเติม ส่งผลงานของนักศึกษากลับคืนโดยเร็ว หากสะดวกอาจส่งโดยการใช้แฟกซ์ หรืออีเมล์

เอกสารอ้างอิง

– Blanchard, W. (1989). Telecourse effectiveness: A research-review update. Olympia, WA: Washington State Board for Community College Education. (ED 320 554)
– Graham, S.W., & Wedman, J.F. (1989). Enhancing the appeal of teletraining. Journal of Instructional Psychology, 16 ®, 183-191.
– Holmberg, B. (1985). Communication in distance study. In status and trends of distance education. Lund, Sweden: Lector Publishing.
– Moore, M.G., & Thompson, M.M., with Quigley, A.B., Clark, G.C., & Goff, G.G. (1990). The effects of distance learning: A summary of the literature. Research Monograph No. 2. University Park, PA: The Pennsylvania State University, American Center for the Study of Distance Education. (ED 330 321)

[print pdf]

เรื่องนี้ถูกเขียนใน การศึกษาทางไกล และติดป้ายกำกับ , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s