03_การพัฒนาการสอนสำหรับการศึกษาทางไกล

แหล่งที่มาของข้อมูล
University of Idaho, College of Engineering
http://www.uidaho.edu/eo

  • ความจำเป็นในการพัฒนาการสอน
  • ขั้นตอนการออกแบบ
  • ขั้นตอนการพัฒนา
  • ขั้นตอนการประเมิน
  • ขั้นตอนการปรับปรุงแก้ไข
  • บทสรุป

ความจำเป็นในการพัฒนาการสอน
การพัฒนาการสอนนำไปสู่กระบวนการและการวางกรอบในการวางแผน  การพัฒนา  และการปรับการสอนอย่างเป็นระบบ  ซึ่งขึ้นกับความต้องการของผู้เรียนและเนื้อหาสาระที่กำหนดไว้  กระบวนการดังกล่าวเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการศึกษาทางไกลซึ่งครูและนักศึกษาอาจจะมีพื้นเพที่ต่างกันและอาจจะแทบไม่เคยพบกัน  แม้ว่าจะมีโมเดลในการพัฒนาการสอนและกระบวนการอยู่หลายแบบ (ดู Dick & Carey, 1990; Gustafson & Powell, 1991)  แต่โมเดลส่วนใหญ่ก็จะมีขั้นตอนพื้นฐานที่เหมือนๆ กัน คือ  การออกแบบ (design)  การพัฒนา (development)  การประเมิน (evaluation)  และการทบทวน (revision)

ขั้นตอนการออกแบบ
1.   พิจารณาถึงความจำเป็นที่จะต้องมีการสอน เริ่มต้นด้วยการพิจารณาว่ามีความจำเป็นในการสอนอย่างไรบ้าง โดยพิจารณาว่ามีข้อมูลภายนอกอะไรที่พิสูจน์ให้เห็นถึงความจำเป็นดังกล่าว  มีปัจจัยอะไรที่ทำให้เกิดความจำเป็นในการสอนนั้น  และมีประสบการณ์ในอดีตอะไรบ้างที่ชี้ว่าการสอนที่ตระเตรียมขึ้นจะช่วยสนองตอบความต้องการดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2.  วิเคราะห์ผู้ชมรายการ เพื่อให้เข้าใจถึงผู้เรียนที่อยู่ห่างไกลและความต้องการของเขาได้ดีขึ้น  จะต้องพิจารณาถึง อายุ  พื้นเพทางด้านวัฒนธรรม  ประสบการณ์ในอดีต  ความสนใจ  และระดับการศึกษาของพวกเขา  ประเมินว่าผู้ชมการสอนมีความคุ้นเคยกับวิธีการสอนและการเผยแพร่การสอนแบบใด  ดูว่าผู้ชมจะนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ได้อย่างไร  และสังเกตว่าในชั้นเรียนควรจะประกอบด้วยการรวมกลุ่มของผู้เรียนหลายๆ แบบ หรือจะเป็นกลุ่มย่อยเฉพาะที่มีลักษณะแตกต่างออกไป (เช่น  กลุ่มคนในเมืองกับคนชนบท  หรือกลุ่มนักศึกษาปริญญาตรีกับนักศึกษาปริญญาโท)  และหากเป็นไปได้ ผู้สอนควรจะไปเยี่ยมสถาบันของผู้เรียนรู้ที่อยู่ห่างไกลออกไป และสัมภาษณ์นักศึกษาที่อาจจะเข้าร่วมในโครงการ  ทั้งเป็นรายบุคคลและกลุ่มย่อย  การให้ความสนใจเป็นส่วนตัวเช่นนี้จะทำให้นักศึกษารู้สึกว่า ครูไม่ใช่เป็นผู้ประสงค์จะไม่แสดงตัวที่เพียงแต่เชื่อมโยงกับนักศึกษาโดยเทคโนโลยีทางอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น  อนึ่ง เพื่อนร่วมงานที่ได้ทำงานกับกลุ่มประชากรเป้าหมายจะสามารถให้คำแนะนำได้เช่นกัน

3.  ตั้งเป้าหมายและวัตถุประสงค์ในการสอน ตั้งเป้าหมายและวัตถุประสงค์ในการสอนโดยจะขึ้นกับลักษณะของปัญหา รวมทั้งความต้องการและลักษณะของนักศึกษากลุ่มนั้น  Goals (เป้าหมาย) คือการกล่าวอย่างกว้างๆ ถึงความมุ่งหมายในการสอน  ส่วน Objectives  (วัตถุประสงค์) หมายถึงขั้นตอนเฉพาะที่นำไปสู่การบรรลุเป้าหมาย (goals)

ขั้นตอนการพัฒนา
1.  จัดทำโครงเรื่องของเนื้อหาสาระ จัดทำโครงเรื่องของเนื้อหาสาระโดยจะขึ้นกับปัญหาในการสอน  การวิเคราะห์กลุ่มผู้ชมการสอน  เป้าหมายและวัตถุประสงค์ในการสอน   และความเข้าใจในสาระของหลักสูตรตามที่ต้องการ

2.  ทบทวนวัสดุการสอนที่มีอยู่ ในขั้นต่อไปผู้สอนควรจะทบทวนวัสดุการสอนที่มีอยู่  ไม่ควรจะใช้วัสดุการสอนด้วยเหตุผลที่ว่ามีอยู่แล้ว หรือเพราะวัสดุดังกล่าวใช้ได้ผลดีกับห้องเรียนแบบเก่า (ดู Beare, 1989)  โดยเฉพาะในกรณีที่กำลังพิจารณาจะใช้วัสดุที่ทำไว้ก่อนแล้วสำหรับ telecourses    เครื่องมือการสอนที่จัดทำไว้ล่วงหน้านั้นทำขึ้นเพื่อนำไปเผยแพร่กับนักศึกษาที่มีพื้นเพและประสบการณ์คล้ายคลึงกัน   จึงอาจไม่เหมาะสมที่จะนำไปใช้กับนักศึกษาที่อยู่ห่างไกลที่มาเรียนหลักสูตรดังกล่าวและต่างก็มีพื้นเพต่างกัน  หากจะมีการนำวัสดุที่จัดทำไว้ก่อนแล้วมาใช้ ควรจะลองจัดทำ  บทนำ   บทสรุป และบทย่อ ที่จะช่วยให้วัสดุที่ใช้ในการเรียนมีความสัมพันธ์กับบริบทของการสอนทางไกล

3.  เรียบเรียงและจัดทำเนื้อหาสาระ ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ครูกำลังเผชิญอาจจะเป็นการสร้างตัวอย่างต่างๆ ที่เหมาะสมสำหรับนักศึกษา  ส่วนใหญ่ของเนื้อหาสาระถูกนำมาสอนโดยการใช้ตัวอย่างที่ทำให้สาระมีความสัมพันธ์กับบริบทที่เป็นที่เข้าใจโดยนักศึกษา  ตัวอย่างที่ดีที่สุดจะมีความโปร่งใส ทำให้ผู้เรียนรู้สามารถมุ่งความสนใจไปยังสาระที่นำเสนอ  แต่หากตัวอย่างไม่เหมาะสมการเรียนรู้ก็จะมีอุปสรรค  กรณีนี้เป็นการท้าทายอย่างยิ่งสำหรับการเรียนการสอนในชนบทและในที่ที่หลากหลายด้วยวัฒนธรรมซึ่งประสบการณ์ของผู้สอน และตัวอย่างของสาระอาจจะดูแปลกสำหรับผู้เรียนรู้ทางไกล  เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ต้องมีการหารือถึงตัวอย่างของสาระที่จะนำเสนอกับกลุ่มผู้ชมที่เป็นเป้าหมายที่ลองสุ่มตัวอย่างมา

4.  เลือก/จัดทำวัสดุการสอน และวิธีเผยแพร่การสอน การจัดทำวัสดุการสอนและการเลือกวิธีเผยแพร่การสอนมักจะต้องนำเทคโนโลยีของทั้งสิ่งพิมพ์  เสียง  วีดีโอ  และข้อมูลมาใช้ร่วมกับวิธีการติดต่อแบบเผชิญหน้ากัน  สิ่งท้าทายในกรณีนี้ก็คือการนำวิธีการเผยแพร่การสอนต่างๆ มาใช้ร่วมกัน โดยขึ้นกับความต้องการของผู้เรียนรู้ ลักษณะของเนื้อหาสาระที่ต้องการ  และข้อจำกัดทางเทคนิค  ตัวอย่าง เช่น การต้องพึ่งพาเทคนิคในการเผยแพร่การสอนที่สมาชิกของชั้นเรียนบางคนไม่สามารถเข้าถึงได้ก็อาจไม่มีประโยชน์เท่าใดนัก  ต้องให้มั่นใจว่านักเรียนรู้ทางไกลทุกคนจะสามารถใช้ระบบการเผยแพร่การสอนเดียวกันนั้นได้ เพื่อจะได้หลีกเลี่ยงที่จะต้องจัดให้มีการสอนในทำนองเดียวกันนั้นอีก

ขั้นตอนการประเมิน
1.  ทบทวนเป้าหมายและวัตถุประสงค์ วัตถุประสงค์ประการหนึ่งของการประเมินก็เพื่อดูว่าวิธีการสอนและวัสดุการสอนได้บรรลุเป้าหมายและวัตถุประสงค์หรือไม่  การนำการสอนไปปฏิบัติเป็นการทดสอบที่แท้จริงครั้งแรกของสิ่งที่ได้เตรียมขึ้นมา  พยายามทดสอบการสอนในระดับเล็กๆ ก่อนที่จะนำไปปฏิบัติ  หากไม่สามารถทำได้ ก็อาจถือว่าการนำไปปฏิบัติครั้งแรกเป็นการทดสอบความมีประสิทธิภาพ

2.  สร้างกลยุทธ์ในการประเมินผล วางแผนว่าจะประเมินประสิทธิผลของการสอนอย่างไรและเมื่อไร

1.  การประเมินแบบ formative evaluation  ใช้แก้ไขวิธีการสอนในขณะที่ยังมีการพัฒนาและนำหลักสูตรไปใช้ ตัวอย่าง เช่น ครูทางไกลอาจส่งโปสการ์ดที่จ่าหน้าซองและปิดแสตมป์ล่วงหน้าไปให้นักศึกษากรอกข้อความและส่งกลับมาให้หลังจากการสอนแต่ละครั้งสิ้นสุดลง  การ “ประเมินระดับย่อยๆ”  นี้อาจเน้นในเรื่องจุดแข็งและจุดอ่อนของหลักสูตร  ข้อกังวลด้านเทคนิคและการเผยแพร่การสอน  และเนื้อหาสาระที่ควรจะขยายให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น

2.  การประเมินแบบ summative evaluation  เป็นการประเมินหลังจากการสอนสิ้นสุดลง และการประเมินนี้จะเป็นฐานข้อมูลสำหรับการแก้ไขหลักสูตรและการวางแผนในอนาคต  หลังจากเสร็จสิ้นหลักสูตรการสอนแล้ว อาจจัดให้มี summative evaluation โดยการระดมสมองนักศึกษาเพื่อหาทางปรับปรุงหลักสูตรให้ดีขึ้น  อาจจัดให้มีผู้ช่วยอำนวยความสะดวกจากท้องถิ่นนั้น เพื่อช่วยดำเนินการหารือเพื่อประเมินผลและกระตุ้นให้เกิดการหารืออย่างเปิดเผย

ในการประเมินแบบ formative และ summative evaluation  จะมีการเก็บข้อมูลแบบทั้งเชิงปริมาณ และเชิงคุณภาพ กล่าวคือ

–  ในเชิงปริมาณ (quantitative evaluation) จะขึ้นอยู่กับขอบเขตของคำตอบ และจะมีรูปแบบตามผลการวิจัยทดลองโดยเน้นถึงการเก็บข้อมูล และปริมาณข้อมูลในเชิงสถิติเป็นสำคัญ

–  ในเชิงคุณภาพ (qualitative evaluation) จะเน้นในเชิงลึกของคำตอบ โดยใช้วิธีที่เจาะจงถึงตัวบุคคล เช่น การสัมภาษณ์  และการสังเกตการตอบคำถามของบุคคลจำนวนไม่มากนักแต่จะเน้นถามในเชิงลึก  การประเมินเชิงคุณภาพอาจจะมีคุณค่ามากกว่าเพราะคุณสมบัติอันหลากหลายของผู้เรียนรู้ทางไกลอาจจะทำให้ได้คำตอบที่ขัดแย้งกับผลของการวิเคราะห์ทางสถิติได้  วิธีการที่ดีที่สุดมักจะเป็นการใช้วิธีประเมินเชิงปริมาณของผลการเรียนของนักศึกษาร่วมกับวิธีสัมภาษณ์โดยใช้คำถามแบบเปิด และการสังเกตการณ์จากผู้ไม่ได้เข้าร่วมด้วย เพื่อเก็บและประเมินข้อมูลเกี่ยวกับทัศนคติที่มีต่อประสิทธิผลของหลักสูตร และเทคนิคที่ใช้ในการสอน

3.  รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลจากการประเมิน ติดตามผลการนำหลักสูตร และ/หรือ วัสดุการสอน ไปปฏิบัติ  และรวบรวมข้อมูลจากการประเมิน  การวิเคราะห์ผลเหล่านี้จะช่วยบ่งชี้ถึงช่องว่างหรือจุดอ่อนของกระบวนการสอน  การระบุถึงจุดแข็งและจุดอ่อนก็มีความสำคัญยิ่งเช่นกัน  ผลจากการวิเคราะห์การประเมินผลจะช่วยเป็นแรงผลักดัน (springboard)  สำหรับการวางแผนและการปรับแก้ไขแผน

ขั้นตอนการปรับปรุงแก้ไข
แม้แต่ในหลักสูตรทางไกลที่ได้พัฒนามาอย่างดีที่สุดแล้ว  ก็ยังต้องมีการแก้ไขปรับปรุงอยู่ดี  และควรจะคาดหมายไว้ว่าถึงอย่างไรก็ยังจำเป็นต้องปรับปรุงแก้ไข  ความจริงแล้วหลักสูตรที่ได้มีการปรับปรุงแก้ไขอย่างจริงจังน่าจะมีความเชื่อมั่นสูงกว่าหลักสูตรที่ไม่มีข้อตำหนิอย่างใดเลยตั้งแต่การนำเสนอครั้งแรก

การปรับแก้ไขแผนเป็นผลโดยตรงจากกระบวนการประเมินผล อันสืบเนื่องมาจากความเห็นที่ได้รับมาจากผู้ร่วมงานและผู้เชี่ยวชาญทางด้านเนื้อหาสาระ  แหล่งที่ดีที่สุดของความคิดเห็นสำหรับการปรับปรุงแก้ไขอาจจะมาจากความเห็นของผู้สอนเองเกี่ยวกับจุดแข็งและจุดอ่อนของหลักสูตร  ด้วยเหตุผลดังกล่าว จึงควรมีการวางแผนสำหรับการปรับปรุงแก้ไขไว้ทันทีหลังจากหลักสูตรจบสิ้นลง

มักจะมีอยู่บ่อยๆ ที่การปรับปรุงแก้ไขเป็นเพียงเล็กๆ น้อยๆ เช่น แบ่งบทเรียนขนาดใหญ่ให้เป็นบทย่อยๆ   การเพิ่มงานให้นักศึกษาทำตอบกลับมามากขึ้น  หรือการปรับปรุงการตอบโต้กันระหว่างนักศึกษาให้มากขึ้น  แต่ในบางครั้งก็อาจต้องมีการปรับปรุงแก้ไขขนาดใหญ่   การเปลี่ยนแปลงใดๆ ในหลักสูตรควรจะต้องผ่านการทดสอบสนามก่อนที่จะนำไปใช้ในหลักสูตรใหม่ในอนาคต

ควรทดสอบความเห็นกับกลุ่มนักศึกษา  ผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหาสาระ  และเพื่อนร่วมงาน ที่เป็นกลุ่มขนาดเล็ก  และจากผลที่ได้จากกระบวนการดังกล่าว ยังจะต้องคำนึงถึงว่า โดยที่ลักษณะของแต่ละห้องเรียนทางไกลนั้นจะแตกต่างกันไป    การปรับปรุงแก้ไขที่จำเป็นสำหรับผู้เรียนรู้กลุ่มหนึ่งก็อาจไม่เหมาะสมที่จะนำไปใช้กับนักศึกษาอีกกลุ่มหนึ่ง

บทสรุป
เป็นไปได้ที่จะทำให้กระบวนการพัฒนาการสอนย่นย่อลง (และในบางครั้งก็เป็นการเหมาะสมที่จะกระทำเช่นนั้น) แต่ก็ควรจะกระทำหลังจากได้พิจารณาถึงความต้องการของผู้เรียนรู้  เนื้อหาสาระที่จำเป็นต้องมี  และข้อจำกัดที่ทั้งครูและนักศึกษาต้องเผชิญ   การยึดมั่นในหลักการของการพัฒนาการสอนที่ถูกต้องเท่านั้นจะไม่ช่วยให้ผ่านพ้นอุปสรรคที่ต้องเผชิญในขณะดำเนินการพัฒนาโครงการศึกษาทางไกลให้มีประสิทธิภาพ  แต่ก็จะช่วยสร้างกรอบสำหรับกระบวนการและขั้นตอนเพื่อรับมือกับความท้าทายของปัญหาการสอนที่จะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

เอกสารอ้างอิง

–  Beare, P.L. (1989).  The comparative effectiveness of videotapke, audiotape, and telelecture in delivering continuing teacher education.  American Journal of Distance Education.  3(2), 57-66

–  Brooksfield, S.D. (1990).  The skillful teacher:  On technique, trust, and responsiveness in the classroom. San Francisco, CA:  Jossey-Bass.

–  Dick, W., & Carey, L. (1990).  The systematic design of instruction (3rd ed.)  Glenview, IL:  Scott. Foresman, and Company.

–  Gustarfson, K.L. & Powell, G.C. (1991).  Survey of instructional development models with an annotated ERIC bibliography (2nd ed.).  Syracuses, NY: ERIC Clearinghouse on Information Resources. (ED 335 027)

[print pdf]

เรื่องนี้ถูกเขียนใน การศึกษาทางไกล และติดป้ายกำกับ , , , , , , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s